ทำไมเราต้องกลัวฝุ่น PM2.5? อันตรายที่มองไม่เห็น แต่ทำร้ายเราได้ทุกวัน
ในปัจจุบัน ปัญหามลพิษทางอากาศโดยเฉพาะ “ฝุ่น PM2.5” กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่อาจมองข้ามได้ ฝุ่น PM2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (เล็กกว่าขนาดเส้นผมมนุษย์ถึง 20 เท่า) ที่สามารถลอยอยู่ในอากาศได้นานและซึมเข้าสู่ร่างกายของเราได้โดยง่ายผ่านการหายใจ แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ผลกระทบของมันร้ายแรงกว่าที่คิด มาดูกันว่าทำไมเราจึงต้องกลัวฝุ่น PM2.5 และควรระมัดระวังอย่างจริงจัง
1. ฝุ่น PM2.5 สามารถเข้าสู่ปอดและกระแสเลือดได้
ด้วยขนาดที่เล็กมาก ฝุ่น PM2.5 ไม่เพียงสะสมในระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังสามารถผ่านเข้าสู่ถุงลมปอด และซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ ส่งผลให้เกิดการอักเสบในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรังหลายชนิด
2. เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ
ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีค่า PM2.5 สูง มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ จมูกอักเสบ หลอดลมอักเสบ และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอด จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
3. ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
ฝุ่น PM2.5 มีผลกระทบต่อหัวใจโดยตรง งานวิจัยจำนวนมากพบว่าการได้รับ PM2.5 ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดสมองตีบ และหัวใจล้มเหลวได้ เพราะฝุ่นเหล่านี้ทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบและแข็งตัวเร็วกว่าปกติ
4. ส่งผลต่อสมองและระบบประสาท
มีการค้นพบว่าฝุ่น PM2.5 สามารถเดินทางเข้าสู่สมองผ่านกระแสเลือดหรือเส้นประสาทได้ ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน และภาวะสมองเสื่อมได้
5. กระทบต่อผิวพรรณและความงาม
นอกจากผลต่อสุขภาพภายในแล้ว PM2.5 ยังมีผลต่อผิวพรรณ ทำให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง สิว และริ้วรอยก่อนวัย เพราะฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถเข้าไปอุดตันรูขุมขน ทำลายคอลลาเจน และเร่งกระบวนการเสื่อมสภาพของผิว
6. ส่งผลกระทบในระยะยาวและทำให้เกิดโรคมะเร็ง
องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ PM2.5 เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ ระยะยาวการได้รับ PM2.5 ในระดับสูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด และมะเร็งในระบบอื่น ๆ ได้
เราจะป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้อย่างไร?
-
ติดตามค่า PM2.5 ทุกวัน
หมั่นตรวจสอบค่า PM2.5 ในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ เช่น Air4Thai, AQICN หรือแอปพลิเคชันของกรมควบคุมมลพิษ -
สวมหน้ากากอนามัยที่ป้องกัน PM2.5 ได้จริง
หน้ากากที่มีมาตรฐาน เช่น N95 หรือ KN95 สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้ดีกว่าหน้ากากอนามัยทั่วไป -
หลีกเลี่ยงการออกกลางแจ้งในช่วงค่าฝุ่นสูง
หากไม่มีความจำเป็น ควรอยู่ภายในอาคาร และปิดหน้าต่างประตูให้มิดชิด -
ใช้เครื่องฟอกอากาศ
เลือกใช้เครื่องฟอกอากาศที่มี HEPA filter ซึ่งสามารถดักจับฝุ่นขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ -
ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ดื่มน้ำมาก ๆ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
สรุป
แม้ฝุ่น PM2.5 จะมองไม่เห็น แต่ผลกระทบที่มีต่อสุขภาพนั้นชัดเจนและอันตราย เราจึงควรให้ความสำคัญกับการป้องกันและเฝ้าระวังอยู่เสมอ เพื่อให้ร่างกายและครอบครัวปลอดภัย ห่างไกลจากโรคร้ายที่มาจากฝุ่นเล็ก ๆ เหล่านี้